ข้อบังคับสมาคม

ข้อบังคับของสมาคมฯ

   ฉบับที่ ๑       จัดทำเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๔
   ฉบับที่ ๒      ปรับปรุงแก้ไขฉบับแรก เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๗
   ฉบับที่ ๓      ปรับปรุงแก้ไข เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๐
                        ประกาศใช้เมื่อ ๒๗ กันยายน ๒๕๕๐
   ฉบับที่ ๔      ปรับปรุงแก้ไข เมื่อ ๒๕ มิ.ย. ๒๕๕๐
   ฉบับที่ ๕      ปรับปรุงแก้ไข มื่อ ๒๖ มี.ค. ๒๕๕๖
   


ข้อบังคับสมาคมวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร  ในพระบรมราชูปถัมภ์

พ.ศ. ๒๕๕๖

_____________________

หมวด ๑

ความทั่วไปและวัตถุประสงค์

ข้อ ๑.     ข้อบังคับนี้เรียกว่า ข้อบังคับสมาคมวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ในพระบรมราชูปถัมภ์  พ.ศ.๒๕๕๖”  ในข้อบังคับนี้

๑.๑     สมาคม หมายความว่า สมาคมวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ในพระบรมราชูปถัมภ์  (สวปอ.) มีชื่อภาษาอังกฤษว่า
“The Association of  National Defence College of Thailand Under The Royal  Patronage of  His Majesty The King.”(ANDCT)

๑.๒      คณะกรรมการบริหาร หมายความว่า คณะกรรมการบริหารสมาคมวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ในพระบรมราชูปถัมภ์

  

 

 

 

ข้อ ๒.    เครื่องหมายของสมาคม  มีลักษณะเป็นรูปโล่ยอดแหลม  รองรับเครื่องหมายรัฏฐาภิรักษ์  เบื้องล่างมีข้อความ  “สมาคมวิทยาลัยป้องกัน      ราชอาณาจักร”  และ “The Association of  National Defence College of Thailand”  ปลายล่างของโล่เป็นแพรแถบ มีข้อความ  “ใน     
  พระบรมราชูปถัมภ์”

ข้อ ๓.    สำนักงานใหญ่ของสมาคม ตั้งอยู่ ณ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร เลขที่ ๖๔ ถนนวิภาวดีรังสิต  แขวงดินแดง เขตดินแดง 
  กรุงเทพมหานคร  ๑๐๔๐๐

ข้อ ๔.   วัตถุประสงค์ของสมาคม

            ๔.๑       ส่งเสริมให้มีการกระทำอันเป็นการนำมาซึ่งเกียรติยศ และชื่อเสียงของ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรและสมาคม
            ๔.๒      ส่งเสริมให้เกิดความสัมพันธ์อันดีระหว่างอาจารย์ นักศึกษาเก่า นักศึกษาปัจจุบัน สมาชิก ทุกคน และครอบครัว พร้อมทั้งใ
ห้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เมื่อเกิดทุกข์ภัยในมวลสมาชิก

            ๔.๓      ส่งเสริมความรู้ การศึกษา งานการวิเคราะห์ และวิจัยต่างๆ ตลอดจนวัฒนธรรม ศีลธรรม เพื่อนำรู้และประสบการณ์
ไปใช้ในการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และเผยแพร่ความคิดเห็นทางวิชาการตามวัตถุประสงค์ของวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร

            ๔.๔      ส่งเสริมสวัสดิการสงเคราะห์ต่างๆ รวมทั้งส่งเสริมให้มีการกระทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ทั้งในด้านวิชาการ
และสาธารณกุศล   

            ๔.๕      ส่งเสริมการกีฬา การสันทนาการ และกิจกรรมด้านศิลปะอื่นๆ 

            ๔.๖       สมาคมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง

                                                     
                                                                หมวด ๒

สมาชิกภาพ

ข้อ ๕     สมาชิกมี ๔ ประเภท

            ๕.๑       สมาชิกสามัญ ได้แก่ นักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรทุกรุ่นทุกหลักสูตร

            ๕.๒      สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ ผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับพระราชทานปริญญาบัตรกิตติมศักดิ์ของวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ผู้ทรงคุณวุฒิ หรือผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่สมาคมเป็นพิเศษซึ่งคณะกรรมการบริหารเชิญเข้าเป็นสมาชิก

            ๕.๓      สมาชิกวิสามัญ ได้แก่ คู่สมรส และบุตรธิดาของสมาชิกสามัญ รวมทั้งข้าราชการชั้นสัญญาบัตร ซึ่งรับราชการอยู่ในวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร

            ๕.๔      สมาชิกสมทบ ได้แก่ บุคคลที่สำเร็จการศึกษา หรืออบรมในหลักสูตรที่จัดโดยสมาคม ขอสมัครเป็นสมาชิกสมทบ และได้รับ
การอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารสมาคมให้เข้าเป็นสมาชิกสมทบ

ข้อ ๖     การขอสมัครเข้าเป็นสมาชิกสามัญ สมาชิกวิสามัญ และสมาชิกสมทบ ต้องทำตามแบบที่คณะกรรมการบริหาร กำหนดขึ้นเป็นระเบียบ   
 ของสมาคมว่าด้วยแบบใบสมัครเข้าเป็นสมาชิก

ข้อ ๗     การสมัครเข้าเป็นสมาชิก

๗.๑      นักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรทุกคน เมื่อเริ่มเข้าศึกษาในวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ให้ยื่นใบสมัครเข้าเป็นสมาชิกสามัญ ตามแบบที่กำหนดเป็นระเบียบของสมาคม

๗.๒     ผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกสมทบ จะต้องยื่นใบสมัครขอเข้าเป็นสมาชิกสมทบ โดยต้องได้รับการรับรองจากคณะกรรมการบริหารสมาคม
อย่างน้อย  ๒ คน ด้วยการลงชื่อให้
การรับรองในแบบใบสมัคร ที่กำหนดเป็นระเบียบของสมาคม แล้วเสนอต่อที่ประชุม
คณะกรรมการบริหารสมาคม เพื่อพิจารณาอนุมัติ

ข้อ ๘     สมาชิกมีหน้าที่ปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ ข้อบังคับ ระเบียบ สมาคม รวมทั้งต้องรักษาคุณธรรม ความดีงาม เชิดชูเกียรติของสมาคมทุกวิถี
ทาง

ข้อ ๙.     สมาชิกมีสิทธิเข้าร่วมกิจกรรมของสมาคม  และได้รับประโยชน์ตามที่สมาคมจะอำนวยให้ได้ ตลอดจนการรับแต่งตั้งในตำแหน่งต่าง ๆ ของคณะกรรมการบริหารของสมาคม  การขอใช้สถานที่ของสมาคม  การประดับเครื่องหมายสมาคม  และการเสนอความคิดเห็นต่อคณะกรรมการบริหารเป็นลายลักษณ์อักษร

ข้อ ๑๐.   สมาชิกภาพสิ้นสุดลงเมื่อ

             ๑๐.๑      ตาย

            ๑๐.๒     ลาออก

๑๐.๓     ออกตามมติของคณะกรรมการบริหาร โดยถือคะแนนเสียง ๒ ใน ๓ ของคณะกรรมการบริหารทั้งหมด

 

หมวด ๓

ค่าจดทะเบียนและค่าบำรุงตลอดชีพของสมาชิก

ข้อ ๑๑.   ให้ชำระคราวเดียว ๒,๐๐๐ บาท ยกเว้น สมาชิกกิตติมศักดิ์ และสมาชิกวิสามัญไม่ต้องชำระ

 

หมวด ๔

คณะกรรมการบริหาร

ข้อ ๑๒.  คณะกรรมการบริหาร ประกอบด้วยกรรมการซึ่งเป็นสมาชิกสามัญ ไม่น้อยกว่า ๑๙ คน แต่ไม่เกิน ๓๕ คน โดยกำหนดตำแหน่งดังต่อไปนี้

            ๑๒.๑     นายกสมาคม                                         ๑          คน

            ๑๒.๒    อุปนายก                                                ๔         คน

            ๑๒.๓    ประธานฝ่ายวิชาการ                              ๑          คน

            ๑๒.๔    ประธานฝ่ายจัดหารายได้                       ๑          คน

            ๑๒.๕    ประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์                  ๑          คน

            ๑๒.๖    ประธานฝ่ายกิจกรรม                             ๑          คน

            ๑๒.๗    ประธานฝ่ายสถานที่และบริการ            ๑          คน

            ๑๒.๘    ประธานฝ่ายกีฬา                                   ๑          คน

            ๑๒.๙    ประธานฝ่ายสันทนาการ                        ๑          คน

            ๑๒.๑๐  ฝ่ายกฎหมาย                                          ๑          คน

            ๑๒.๑๑  สาราณียกร                                            ๑          คน

            ๑๒.๑๒ เหรัญญิก                                               ๑          คน

            ๑๒.๑๓  ผู้ช่วยเหรัญญิก                                     ๑          คน

            ๑๒.๑๔  นายทะเบียน                                         ๑          คน

            ๑๒.๑๕  หัวหน้าสำนักงาน                                 ๑          คน

            ๑๒.๑๖  เลขาธิการ                                              ๑          คน

            ๑๒.๑๗ ผู้ช่วยเลขาธิการ                                     ๑          คน

            ๑๒.๑๘ กรรมการ อีกไม่เกิน                            ๑๕         คน

ข้อ ๑๓.    คณะกรรมการบริหาร มีวาระ  ๒  ปี  ในการบริหารและสิ้นสุดลงตามวาระของนายกสมาคมที่ได้รับเลือกตั้ง การสิ้นสุดวาระของ
  กรรมการ ให้เป็นไปตามข้อ ๑๐ โดยอนุโลม

ข้อ ๑๔.   ผู้บัญชาการสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ โดยตำแหน่ง เป็นอุปนายกสมาคมวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร  ผู้อำนวยการวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร โดยตำแหน่ง เป็นเลขาธิการสมาคม  รองผู้อำนวยการวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ฝ่ายบริหารโดยตำแหน่งเป็นผู้ช่วยเลขาธิการสมาคม 

 

หมวด ๕

การเลือกตั้งและการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหาร

ข้อ ๑๕. สมาชิกสามัญมีสิทธิสมัคร และออกเสียงในการเลือกตั้งนายกสมาคมและอุปนายกสมาคม   ตลอดจนการรับแต่งตั้งเป็นกรรมการบริหารของสมาคม        

ข้อ ๑๖.     ให้มีการเลือกตั้งนายกสมาคม และอุปนายกสมาคม ทุก ๒ ปี โดยเลือกจากสมาชิกสามัญ ในคราวประชุมใหญ่สามัญประจำปี 

ข้อ ๑๗.    ให้นายกสมาคม  เป็นผู้เลือกกรรมการบริหารโดยเลือกจากสมาชิกสามัญเข้าร่วมบริหารงาน    และประกาศให้สมาชิกทราบ

ข้อ ๑๘.     เมื่อตำแหน่งนายกสมาคมว่างลงเพราะเหตุใดๆ ก็ตาม ให้คณะกรรมการบริหารมีอำนาจ แต่งตั้ง  อุปนายก  ทำหน้าที่แทนนายกสมาคม
   อีกตำแหน่งหนึ่ง  ส่วนตำแหน่งอุปนายก  
หากว่างลงให้อุปนายก ที่ยังคงดำรงตำแหน่งอยู่เป็นผู้รักษาการแทน

ข้อ ๑๙.    ถ้าประธานหรือกรรมการ ในคณะกรรมการบริหารของสมาคม  นอกจากที่มิได้ระบุไว้ในข้อ ๑๔ ว่างลงก่อนครบวาระตามข้อ ๑๓
 ให้นายกสมาคมแต่งตั้งใหม่ได้ภายใน ๑๕ วันนับจากวันที่ตำแหน่งนั้นว่างลง และให้ประกาศให้สมาชิกทราบ

                        เมื่อกรรมการในคณะกรรมการบริหารตามตำแหน่งในข้อ ๑๔ ว่างลง สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ และ วิทยาลัยป้องกัน-
ราชอาณาจักร อาจพิจารณาเสนอบุคคลที่เหมาะสมเข้ารักษาการแทนได้ โดยต้องแจ้งให้นายกสมาคมทราบเป็นลายลักษณ์อักษร ทั้งนี้
ต้องคำนึงถึงความต่อเนื่องของงานที่ต้องมีผู้รับผิดชอบเป็นหลัก นายกสมาคมจะต้องประกาศให้สมาชิกทราบตามกำหนดเวลาเช่นเดียว
กับในวรรคต้น

ข้อ ๒๐.    ประธานหรือกรรมการที่ต้องตั้งตาม ข้อ ๑๘ และข้อ ๑๙ จะมีระยะเวลาดำรงตำแหน่งได้เท่ากับระยะเวลาที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน

 

หมวด ๖

อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการบริหาร

ข้อ ๒๑.  คณะกรรมการบริหาร มีอำนาจหน้าที่

๒๑.๑    บริหารกิจกรรมของสมาคมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสมาคมและความต้องการของสมาชิก
๒๑.๒   กำหนดระเบียบเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับการบริหารกิจกรรมสมาคม รวมทั้งมีอำนาจแก้ไขเพิ่มเติมและยกเลิกระเบียบ ตามที่เห็น       
                          สมควรเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่มวลสมาชิกและ    การบริหารของสมาคมและแจ้งให้สมาชิกทราบ

๒๑.๓    แต่งตั้งสมาชิก หรือผู้มีความรู้ความสามารถเป็นอนุกรรมการ เพื่อช่วยดำเนินงานเฉพาะกิจของสมาคม เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ 
  และรวดเร็วขึ้น ภายใต้การควบคุมของคณะกรรมการบริหาร โดยอยู่ในตำแหน่งตามวาระของคณะกรรมการบริหาร
 

๒๑.๔    เชิญและแต่งตั้งสมาชิกกิตติมศักดิ์ตามข้อ ๕.๒ กับคณะที่ปรึกษาต่างๆ ตามความจำเป็นแล้วแจ้งให้สมาชิกทราบ

๒๑.๕    อนุมัติการเข้าเป็นสมาชิกสมทบตามข้อ ๕.๔  และข้อ ๗.๒    

ข้อ ๒๒.   องค์ประชุมของคณะกรรมการบริหารแต่ละครั้งต้องไม่ต่ำกว่า ๑๐ คน การลงมติให้ถือเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานที่ประชุมเป็นผู้ออกเสียงชี้ขาดตัดสิน

ข้อ ๒๓.   คณะกรรมการบริหารอาจเชิญบุคคลอื่นเข้าร่วมประชุมด้วยก็ได้ แต่บุคคลเหล่านี้ไม่มีสิทธิออกเสียงลงมติ

ข้อ ๒๔.  นายกสมาคม มีอำนาจหน้าที่ควบคุมบริหารกิจการทั้งปวงในนามของสมาคม  เป็นผู้แทนสมาคม  มีหน้าที่เรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปี  ประชุมคณะกรรมการบริหารทั้งคณะ หรือบางส่วน  หรือแต่ละฝ่ายตามแต่จะเหมาะสม แต่งตั้งและถอดถอนตำแหน่งเจ้าหน้าที่ต่างๆ ของสมาคม     ตามความเห็นชอบคณะกรรมการบริหาร

ข้อ ๒๕.   อุปนายกสมาคม  มีหน้าที่ช่วยเหลือนายกสมาคม ในการปฏิบัติหน้าที่และการบริหารงานของสมาคม  ตามที่นายกสมาคมมอบหมาย  ปฏิบัติหน้าที่แทนเมื่อนายกสมาคมไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

ข้อ ๒๖.   ฝ่ายวิชาการ มีหน้าที่วางแผน และดำเนินงานเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ทางด้านวิชาการของสมาคม ส่งเสริมงานด้านวิเคราะห์
วิจัยต่าง ๆ การศึกษา ตลอดจนศิลปวัฒนธรรม  ศีลธรรม   และเผยแพร่ความคิดเห็นทางวิชาการ  รวมทั้งจัดให้มีกิจกรรมทางวิชาการเพื่อเป็นการส่งเสริมความรู้ที่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ให้กับบรรดาสมาชิก และก่อให้เกิดประโยชน์โดยตรงต่อสังคม
อีกทั้งสามารถแก้ไขวิกฤติของชาติและทันต่อ สภาวะเหตุการณ์ในขณะนั้นๆ ด้วย

ข้อ ๒๗.   ฝ่ายจัดหารายได้ มีหน้าที่วางแผน กำหนดแนวทางและดำเนินการหารายได้เพื่อนำมาใช้จ่ายและบำรุงกิจกรรมของสมาคม

ข้อ ๒๘.   ฝ่ายประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่ในการวางแผนและดำเนินการในการเผยแพร่ข่าวสารข้อมูลต่างๆ แก่สมาชิก สื่อมวลชนและสังคมให้มีความเข้าใจในการดำเนินงานของสมาคม ตลอดจนการติดต่อสื่อสารซึ่งกันและกันของสมาชิก

ข้อ ๒๙.   ฝ่ายกิจกรรม   มีหน้าที่ในการวางแผนและดำเนินงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม กิจกรรมสาธารณกุศล ที่ก่อให้เกิดความอยู่ดีมีสุข และความสงบร่มเย็นของชาติบ้านเมือง ส่งเสริมสวัสดิการสงเคราะห์แก่สมาชิกและดำเนินงานเฉพาะกิจอันเป็นมติของที่ประชุมหรือคำสั่ง
ของนายกสมาคม
  เป็นกรณีๆ ไป

ข้อ ๓๐.   ฝ่ายสถานที่และบริการ  มีหน้าที่ในการประสานงานและดำเนินการในการจัดสถานที่และให้บริการต่อกิจกรรมของสมาคม หรือสมาชิกของสมาคม เช่น การจัดสถานที่จัดเลี้ยง สถานที่ประชุมต่าง ๆ สถานที่เพื่อกิจกรรมพิเศษ  รวมทั้ง การรับรอง การขนส่ง และการอำนวยความสะดวกทั่วไป

ข้อ ๓๑.   ฝ่ายกีฬา  มีหน้าที่ในการวางแผนและดำเนินงานในการจัด กิจกรรม การส่งเสริม การกีฬา แก่สมาชิกของสมาคม  ตลอดจนจัดการแข่งขันกีฬาเชื่อมความสามัคคีภายในสมาคม  และภายนอกสมาคม

ข้อ ๓๒.  ฝ่ายสันทนาการ  มีหน้าที่ในการวางแผน ประสานงาน และดำเนินการ ในการจัดกิจกรรมสันทนาการของสมาคม  เพื่อเสริมสร้าง
ความเข้าใจ ความรู้ และความสัมพันธ์อันดีของสมาชิกและสังคม

ข้อ ๓๓.  ฝ่ายกฏหมาย  รับผิดชอบงานด้านกฎหมาย  ให้คำแนะนำด้านกฎหมายแก่คณะกรรมการบริหาร ดำเนินการให้เกิดความถูกต้องด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสมาคมและช่วยเหลือ แก้ไขให้ถูกต้อง ในทุกกิจกรรมของสมาคมฯ

ข้อ ๓๔.  สาราณียากร  มีหน้าที่อย่างบรรณาธิการ  จัดทำหนังสือของสมาคม รวบรวม ปรับปรุงประวัติสมาคม และเผยแพร่

ข้อ ๓๕.  เหรัญญิก มีหน้าที่ในการรับผิดชอบ ควบคุมการรักษาสินทรัพย์ กองทุน และการเงินของสมาคม จัดทำบัญชีการเงิน การรับจ่ายเงินตามใบสำคัญ และหลักฐานให้ถูกต้องครบถ้วน เก็บ รักษาหลักฐานการเงิน การบัญชี ตั๋วเงินและตราสารใบสำคัญการจ่ายเงิน ทั้งนี้ต้องได้รับอนุมัติจากนายกสมาคม หรืออุปนายกสมาคม ก่อนเก็บหลักฐานไว้ โดยสามารถตรวจสอบได้ทุกขณะ

ข้อ ๓๖.  ผู้ช่วยเหรัญญิกมีหน้าที่ในการช่วยเหลือภารกิจของเหรัญญิก ตลอดจนการเก็บรักษา เอกสารทางการเงิน และปฏิบัติภารกิจตามที่เหรัญญิกมอบหมาย

ข้อ ๓๗.  นายทะเบียน มีหน้าที่ในการรับผิดชอบงานทะเบียนสมาคม การจัดทำและปรับปรุงทะเบียนของสมาชิกสมาคมให้ทันสมัยอยู่เสมอ
และการรับสมาชิกใหม่ รวมทั้งงานทางธุรการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ข้อ ๓๘.   หัวหน้าสำนักงาน  รับผิดชอบงานธุรการทั่วไปของสมาคม งานพัสดุ อุปกรณ์ ครุภัณฑ์ ทุกประเภท สินทรัพย์ถาวรทั้งปวงที่เป็นของสมาคม  และปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่นายกสมาคมมอบหมาย

ข้อ ๓๙.    เลขาธิการ มีหน้าที่ในการดำเนินงานด้านสารบรรณและปฏิคมของสมาคม อีกทั้งรับผิดชอบในการจัดเตรียมการประชุมตลอดจน
การนัดหมาย แจ้งระเบียบวาระการประชุมและทำหน้าที่เป็นเลขานุการในการประชุมต่างๆ รวมทั้งเป็นผู้ประสานงานทั่วไปในกิจการของสมาคม ตามคำสั่งของนายกสมาคม

ข้อ ๔๐.    ผู้ช่วยเลขาธิการ มีหน้าที่ในการช่วยเหลือภารกิจของเลขาธิการและกิจอันใดก็ตามที่นายกสมาคม               และเลขาธิการมอบหมาย

 

หมวด ๗

การประชุมใหญ่

ข้อ ๔๑.    การประชุมใหญ่ของสมาคมฯ ๒ ชนิด คือ

              ๔๑.๑   ประชุมใหญ่สามัญ

              ๔๑.๒ ประชุมใหญ่วิสามัญ

ข้อ ๔๒.   คณะกรรมการบริหารจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีอย่างน้อยปีละ  ๑ ครั้ง ภายในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกๆ ปี

ข้อ ๔๓.    การแจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ให้เลขาธิการเป็นผู้แจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ให้สมาชิกได้ทราบ และการแจ้งจะต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร โดยระบุ วัน เวลา และสถานที่ให้ชัดเจน โดยจะต้องแจ้งให้สมาชิกได้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๗ วันและประกาศแจ้งกำหนดนัดประชุมไว้ ณ สำนักงานของสมาคมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๗ วัน ก่อนถึงกำหนดการประชุมใหญ่

ข้อ ๔๔.   การประชุมใหญ่สามัญประจำปีจะต้องมีวาระการประชุมอย่างน้อยดังต่อไปนี้

              ๔๔.๑ รับรองรายงานการประชุม

              ๔๔.๒ แถลงกิจการที่ผ่านมาในรอบปี

              ๔๔.๓ แถลงบัญชีรายรับ-รายจ่าย และงบดุลของปีที่ผ่านมาให้สมาชิกรับรองงบดุล

              ๔๔.๔ เลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่เมื่อครบวาระ

              ๔๔.๕ เลือกตั้งผู้สอบบัญชี

ข้อ ๔๕.   ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี  เมื่อถึงกำหนดเวลาประชุมจะต้องมีสมาชิกสามัญ เข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่า ๕๐ คน จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม แต่ถ้าถึงกำหนดเวลาประชุมยังมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุมก็ให้ขยายเวลาออกไปอีกพอสมควร เมื่อครบกำหนดเวลาที่ขยายออกไปแล้วยังมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุม ก็ให้งดการประชุม คราวนั้นไปและให้
จัดประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ภายใน ๑๔ วันนับแต่วันที่นัดประชุมครั้งแรก  การประชุมครั้งหลังนี้ไม่บังคับว่าจำต้องครบองค์ประชุม

                        การลงมติต่างๆ ในที่ประชุมใหญ่ ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นก็ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ ถ้าคะแนนเสียงที่ลงมติมีคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมเป็น ผู้ออกเสียงชี้ขาดตัดสิน

ข้อ ๔๖.    ในการประชุมใหญ่ของสมาคม  ถ้านายกสมาคม  และอุปนายก ไม่มาร่วมประชุมหรือไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้ให้ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งกรรมการที่มาร่วมประชุม คนใดคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น

ข้อ ๔๗.   การประชุมใหญ่วิสามัญอาจจะมีขึ้นได้ก็โดยเหตุที่คณะกรรมการบริหารเห็นควรจัดให้มีขึ้นหรือ เกิดขึ้นด้วยการเข้าชื่อร่วมกันของสมาชิกไม่น้อยกว่า ๑๐๐  คน และสมาชิกที่เข้าชื่อจะต้องเข้าประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง  จึงจะถือเป็นองค์ประชุม

 

หมวด ๘

การเงินและทรัพย์สิน

ข้อ ๔๘.   การเงินและทรัพย์สินทั้งหมดให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริหาร  เงินสดของสมาคม  ถ้ามีให้นำฝากไว้กับธนาคาร
ที่เพิ่มพูนดอกผลให้แก่สมาคมได้  

  ข้อ ๔๙.    การลงนามในตั๋วเงินหรือเช็คของสมาคม จะต้องมีลายมือชื่อของนายกสมาคม  หรืออุปนายก ที่นายกสมาคม มอบหมายเป็นลายลักษณ์อักษรร่วมกับเหรัญญิกหรือผู้ช่วยเหรัญญิก พร้อมกับประทับตราของสมาคม จึงจะถือว่าใช้ได้

ข้อ ๕๐.    ให้นายกสมาคมมีอำนาจสั่งจ่ายเงินของสมาคม ได้ครั้งละไม่เกิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท (สามแสนบาทถ้วน)  ถ้าเกินกว่านั้นจะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริหาร

   ข้อ ๕๑.    ให้เหรัญญิกมีอำนาจเก็บรักษาเงินสดของสมาคม ได้ไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท (สองหมื่นบาทถ้วน)  ถ้าเกินกว่าจำนวนนี้จะต้องนำฝากธนาคารในบัญชีสมาคมทันทีที่โอกาสอำนวย 

ข้อ ๕๒.   เหรัญญิกจะต้องทำ บัญชี รายรับ-รายจ่าย และงบดุลให้ถูกต้องตามหลักการบัญชี ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันทั่วไป การรับ-จ่ายเงิน ทุกครั้งจะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อของนายกสมาคม  หรืออุปนายก ที่นายกสมาคมมอบหมายเป็นลายลักษณ์อักษร ร่วมกับเหรัญญิกหรือผู้ทำการแทน พร้อมกับประทับตราของสมาคมทุกครั้ง

ข้อ ๕๓.   ผู้สอบบัญชีจะต้องมิใช่กรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม และจะต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาต

  ข้อ ๕๔.   ผู้สอบบัญชีมีอำนาจหน้าที่จะเรียกเอกสารที่เกี่ยวกับการเงินและทรัพย์สินจากคณะกรรมการ บริหาร และสามารถจะเชิญกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม  เพื่อสอบถามเกี่ยวกับบัญชีและทรัพย์สินของสมาคมได้

ข้อ ๕๕.   ให้ถือรอบระยะเวลาบัญชีเริ่มตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ของทุกปี

ข้อ ๕๖.    คณะกรรมการบริหาร จะต้องให้ความร่วมมือกับผู้สอบบัญชี เมื่อได้รับการร้องขอ

 

หมวด ๙

การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับ และการเลิกสมาคม

ข้อ ๕๗.   ข้อบังคับของสมาคม จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่เท่านั้นและองค์ประชุมใหญ่จะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด หรือจำนวนตั้งแต่ ๑๐๐ คนขึ้นไป

มติของที่ประชุมใหญ่ในการให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับ จะต้องมีคะแนนเสียงส่วนใหญ่ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด แต่ถ้าถึงกำหนดเวลาประชุมยังมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุม  ก็ให้ขยายเวลาออกไปอีกพอสมควร แต่เมื่อครบกำหนดเวลาที่ขยายออกไปแล้วยังมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุมก็ให้งดการประชุมคราวนั้นไป และให้จัดประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่งภายใน ๑๔ วัน นับแต่วันที่นัดประชุมครั้งแรก การประชุมครั้งหลังนี้ไม่บังคับว่าจำต้องครบองค์ประชุม

                        การลงมติต่างๆ ในที่ประชุมใหญ่ ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นก็ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันก็ให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ออกเสียงชี้ขาดตัดสิน

   ข้อ ๕๘.   การเลิกสมาคม จะเลิกได้ก็โดยมติของที่ประชุมใหญ่ของสมาคม ยกเว้นเป็นการเลิกเพราะเหตุของกฎหมาย มติของที่ประชุมใหญ่ที่ให้เลิกสมาคม จะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๓ ใน ๔ ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด และองค์ประชุมใหญ่จะต้องไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด หรือจำนวนตั้งแต่ ๑๐๐ คน ขึ้นไป

ข้อ ๕๙.    เมื่อสมาคมต้องเลิกไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม ทรัพย์สินของสมาคมที่เหลืออยู่หลังจากที่ได้ชำระบัญชีเป็นที่เรียบร้อยแล้วให้ตกเป็นของสภากาชาดไทยหรือนิติบุคคลอื่นใด (ผู้รับต้องมีฐานะเป็นนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการกุศลสาธารณประโยชน์) ตามมติที่ประชุมข้อ ๕๘

 

                                                                       

 

Visitors: 8,653